บาร์ซาโกงความตายตามเจ๊าทดเจ็บ1-1ชิงผีแดง
รายงานพิเศษอื่นๆ
Posted on May 7, 2009
Filed Under ข่าววงการลูกหนัง

มิชาเอล เอสเซียง มิดฟิลด์จอมถึกของ เชลซี ยิงนำไปก่อนตั้งแต่ต้นครึ่งแรก ก่อนที่ อิเนียสตา จะมายิงประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ฟุต บอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 คู่ที่ 2 เป็นการพบกันระหว่าง เชลซี จากอังกฤษ เปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา โดยเกมแรกทั้ง 2 ฝ่ายเสมอกันมาที่คัมป์ นูแบบไร้สกอร์
เกมนี้เจ้าบ้านขนผู้เล่นชุด ใหญ่ลงสนาม นำทัพโดย มิชาเอล บัลลัค , แฟรงค์ แลมพาร์ด, นิโคลาส์ อเนลกา และ ดิดิเยร์ ดร็อกบาร์ ขณะที่ทีมเยือนต้องปรับเกมรับกันยกใหญ่เนื่องจาก การ์เลส ปูโยค ติดโทษแบน และ ราฟาเอล มาร์เกซ มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องโยก ยายา ตูเร มาเล่นเซ็นเตอร์คู่กับ เคราร์ด ปิเก แล้วใช้ เซอร์เก บุสเกต์ กองกลางดาวรุ่งลงมาเล่นแทน ส่วนสามประสานแดนหน้าใช้ อันเดรียส อิเนียสตา, ซามูเอล เอโต และ ลีโอเนล เมสซี เนื่องจากเธียร์รี อองรี มีอาการบาดเจ็บ
เริ่ม เกมมา 5 นาทีแรกเป็นฝ่ายทีมเยือนที่เดินเกมบุกตามสไตล์เข้าใส่เจ้าถิ่น แต่ไม่สามารถหาโอกาสเข้าทำได้ และเป็น เจ้าถิ่นที่ได้โอกาสบุกขึ้นมาครั้งแรก ในนาทีที่ 9เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ มิชาเอล บัลลัค เปิดบอลติดกองหลังทีมเยือน บอลกระเด้งมาหา มิชาเอล เอสเซียง วอลเลย์ จากระยะ 25 ด้วยซ้ายทันที ลูกพุ่งแบบใบไม้ร่วง มุดเสียบใต้คานอย่างสวยงาม ชนิดที่ บิคตอร์ บัลเดส หมดสิทธิ์ป้องกัน
หลังจากเสียประตู บาร์ซา ก็เร่งเกมเพื่อที่จะเอาประตูคืนให้ได้ และเกือบประสบความสำเร็จจาก ฟรีคิกระยะประมาณ 28 หลา ของ ดาเนียล อัลเวส บอลอ้อมกำแพงไปแล้ว แต่โค้งไม่พอหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว แต่จากนั้นนาที 25 เชลซี โต้กลับและมาได้ฟรีิคิกบริเวณริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย ดร็อกบาร์ วิ่งเข้ามาซัดผ่านกำแพงแต่ไปติดเซฟของ บัลเดส สกัดทิ้งออกมาได้
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ชาบี เฮอร์นันเดซ มีโอกาสได้ซัดหน้ากรอบเขตโทษบอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นออกไป และกรรมการก็เป่านกหวีดหมดครึ่งแรกทันที จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ 1-0 (ประตูรวม 1-0)
มาเล่นต่อในครึ่งหลังเป็น เจ้าบ้านที่ได้ทักทายก่อน เมื่อ อาเนลการ์ ไหลบอลมาให้ ดร็อกบาร์ ล็อกหลบ ปิเกร์ ก่อนสับไกปิดติดเท้าของ บัลเดส บอลเด้งมาเข้าทางปืนของ ฟลอร็องค์ มาลูดา วิ่งเข้ามาอัดเต็มข้อ แต่ก็ยังเป็นบัลเดส ที่ปัดทิ้งออกไปได้ เกม มาถึงนาที 65 ลีโอเนล เมสซี เลี้ยงเลาะหาช่องบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนสับไกด้วยซ้าย บอลพุ่งข้ามคานออกไป
ถัดมานาทีเดียว ทีมเยือนต้องมาเสียเปรียบตัวผู้เล่น เมื่อ เอริค อบิดัล ไปทำฟาล์ว อเนลกา ที่กำลังหลุดเดี่ยว ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจาสนามทันที และเป็นแฟรงค์ แลมพาร์ด วิ่งเข้ามาซัดฟรีคิกบอลพุ่งเรียดเฉียดเสาออกไป มาถึงช่วง 15 นาทีสุดท้าย ดาเนียล อัลเวส ได้ลองซัดฟรีคิกระยะ 25 หลาบอลเหินข้ามคานออกไป
จากนั้นเป็นฝ่าย บาร์ซาที่เดินเกมบุกแบบไม่ห่วงเกมรับแต่ก็เหมือนเตะบอลใส่กำแพง ทำยังไงก็เจาะไม่เข้า จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอสเซียง สกัดบอลพลาด มาเข้าทาง เมสซี ไหลบอลไปหน้ากรอบเขตโทษ อิเนียสตา ซัดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลติดไซด์ก้อยฝ่าแนวรับเจ้าถิ่นและผ่านมือปีเตอร์ เช็ค เข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1 และผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลา จบเกมเสมอกัน 1-1 เป็นบาร์เซโลนา ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศตามด้วยกฎประตูทีมเยือน จะเข้าไปพบกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เข้าไปรออยู่แล้วโดยเกมชิงชนะเลิศจะแข่งกันในวันที่ 27 พ.ค. ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี
