“เสือเตี้ย” แจ๋ว! พาฟ้าขาวถลุงเวเนฯ 4-0 คัดบอลโลก
“เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา พาลูกทีม “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา เก็บชัยชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 3 หลังไล่ถล่ม เวเนซุเอลา ยับ 4-0 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น)
ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้
อาร์เจนตินา 4-0 เวเนซุเอลา
“เมสซี” ไล่บี้คู่แข่ง
อาร์เจนตินา ของกุนซือ ดิเอโก มาราโดนา จัดการส่งศูนย์หน้าร่างเล็กลงสนามอย่างครบครันทั้ง ลิโอเนล เมสซี, คาร์ลอส เตเบซ และ เซอร์จิโอ อกูเอโร เพื่อช่วยประสานงานในเกมรุก ขณะที่ เวเนซุเอลา ภายใต้กุนซือ เซซาร์ ฟารีอัส ส่ง เซซาร์ กอนซาเลส ทำเกมแดนกลางร่วมกับ ฮวน อารันโก
เริ่มเกม “ฟ้าขาว” ยังทำเกมได้ไม่ดีนักในช่วงแรก ต้องรอจนกระทั่งผ่านพ้น 15 นาทีแรกถึงตั้งเกมได้จึงค่อยๆนวดทีมเยือนอย่างต่อเนื่องและในที่สุดเมื่อถึง นาที 26 ก็มาทำประตูออกนำเป็นผลสำเร็จจากจังหวะสวนกลับ เริ่มจาก ซาเน็ตติ ลากบอลขึ้นมาจากแดนตัวเอง เลี้ยงผ่านกลางสนามขึ้นมาถึงแดนคู่แข่งแล้วจ่ายให้ เตเบซ และ เมสซี เล่นชิงกันหน้าเขตโทษ ก่อนที่ฝ่ายหลังจะหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงสวนตัวนายทวารคู่แข่งส่งบอลเข้าสู่ก้น ตาข่ายให้เจ้าบ้านนำก่อน 1-0
“เสือเตี้ย” สั่งการลูกทีม
เวเนซุเอลา หาจังหวะยิงประตูเจ้าถิ่นแทบไม่ได้และเกือบมาเสียอีกในช่วงนาทีสุดท้ายของ ครึ่งแรกเมื่อ เมสซี แทงบอลทะลุแผงหลังให้ อกูเอโร หลุดเดี่ยวเข้าไปหลอกผู้รักษาประตูจนหลงทาง แต่ยิงไม่เน้นพอถูกกองหลังทีมเยือนตามมาสไลด์บอลเคลียร์จากเส้นประตูออกไป ได้ทันพลาดโอกาสอย่างน่าเสียดายทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกเจ้าถิ่นนำอยู่เพียง 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง เกมผ่านมาเพียง 2 นาที มาสเชราโน วางบอลจากบริเวณกลางสนามไปให้ เมสซี ทางกราบขวา กระชากบอลหนีคู่แข่งถึง 2 คนจนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนเปิดบอลเข้ากลางมาหน้าประตู กลายเป็นนายด่านทีมเยือนออกมาตัดพลาด บอลลอยไปถึงเสาสองที่มี เตเบซ ยืนอยู่พอดีจัดการวอลเลย์เต็มเหนี่ยวส่งบอลผ่านประตูโล่งๆเข้าไปให้ “ฟ้าขาว” หนีเป็น 2-0
เจ้าถิ่นยิ่งได้ใจ เกมมาถึงนาที 52 ก็หนีห่างออกไปอีกเป็น 3-0 เมื่อ มักซี โรดริเกซ ลากบอลขึ้นมาถึงบริเวณกลางสนาม ก่อนแทงบอลทะลุช่องให้ อกูเอโร หลุดขึ้นไปทางริมกรอบเขตโทษด้านขวา ก่อนตวัดบอลเข้ากลางและเป็น มักซี คนเดิมวิ่งหุบเข้ามาในเขตโทษจัดการซัลโวไปแฉลบขากองหลังทีมเยือนบอลเปลี่ยน ทางเข้าประตูไป
อาร์เจนตินา ครองเกมได้เหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและมาทำประตูย้ำชัยชนะอีกในนาที 73 จากจังหวะวางบอลยาวจากกลางสนามมาให้ กูเตียร์เรส ทางริมเส้นด้านซ้าย หลอกล่อกองหลัง 1-2 จังหวะ ก่อนที่เจ้าตัวปาดบอลต่อมาให้ อกูเอโร หาช่องว่างพร้อมตัดสินใจซัดด้วยขวา นายทวารทีมเยือนผิดพลาดอีกครั้งเมื่อดักผิดทางปล่อยให้บอลลอดขาเข้าประตูไป เจ้าบ้านถลุง 4-0 หลังจากนี้เกมถูกปิดตายทำให้จบ 90 นาที มาราโดนา พา “ฟ้าขาว” เก็บชัยชนะ 3 นัดติดต่อกัน
รายชื่อตัวจริงของทั้งสองทีม
อาร์เจนตินา : ฮวน คาร์ริโซ, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, มาร์กอส อังเจเลรี, กาเบรียล ไฮน์เซ, มักซี โรดริเกซ, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, เฟอร์นานโด กาโก , โจนาส กูเตียร์เรส, ลิโอเนล เมสซี, คาร์ลอส เตเบซ, เซอร์จิโอ อกูเอโร
เวเนซูเอลา : เรนนี เวกา, ฮวน ฟูเอมมาเยอร์, กาเบรียล ซิเซโร, โฮเซ เวลาสเกซ, เกอร์สัน ชาร์คอน, โรแบร์โต โรซาเลส, เซซาร์ กอนซาเลส ,ฮวน เฟอร์นานโด อารันโก, โทมาส รินคอน, จอร์เก โรยาส, จิอันคาร์ลอส มัลโดนาโด
ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้
อุรุกวัย ชนะ ปารากวัย 2-0
[1-0 : ดิเอโก ฟอร์ลัน น.29], [2-0 : ดิเอโก ลูกาโน น.57]
อาร์เจนตินา ชนะ เวเนซุเอลา 4-0
[1-0 : ลิโอเนล เมสซี น.26], [2-0 : คาร์ลอส เตเบซ น.47], [3-0 : มักซี โรดริเกซ น.52], [4-0 : เซอร์จิโอ อกูเอโร น.73]
“สิงโตคำราม” เฉียบ! ตะปบ 4-0 แมตช์กระชับมิตร
เวย์น รูนีย์ พัง 2 ประตูช่วยให้ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ โชว์ฟอร์มหรูเผาเครื่อง สโลวะเกีย 4-0 ณ สนามเวมบลีย์ ในแมตช์กระชับมิตร เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา
ผลการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระดับทีมชาติ
อังกฤษ 4-0 สโลวะเกีย
“เจอร์ราร์ด” พยายามสไลด์บอล
อังกฤษ ของกุนซือ ฟาบิโอ คาเปลโล หมดสิทธิ์ใช้งาน ชอว์น ไรท์ ฟิลลิปส์ ปีกตัวจี๊ดเนื่องจากอาการบาดเจ็บจึงจัดการส่ง อารอน เลนนอน ลงลากเลื้อยแทนเพื่อเปิดบอลให้ เวย์น รูนีย์ และ เอมิล เฮสกีย์ สองหัวหอกของทีม ขณะที่ สโลวะเกีย มี มาร์ติน สเคอร์เทล ปราการหลังตัวเก่งจากค่าย ลิเวอร์พูล เป็นตัวชูโรง และมี โรเบิร์ต วิตเท็ก ดาวยิงจากลีลล์ในฝรั่งเศสเป็นตัวความหวัง
เริ่มเกมครึ่งแรกมาเพียง 7 นาที เจ้าถิ่นทำประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ รูนีย์ จ่ายบอลต่อให้ เจอร์ราร์ด หลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนเปิดบอลเข้ากลางและเป็น เฮสกีย์ จัดการส่งลูกหนังเข้าสู่ก้นตาข่ายเป็นประตูแรกในรอบ 6 ปีของดาวยิงรายนี้ ช่วยให้สกอร์ขยับ 1-0
“รูนีย์” โขกประตูแรกของตัวเอง
อีกสองนาทีต่อมา รูนีย์ หลุดมาทางซ้ายอีกครั้ง ก่อนเปิดมาให้ เฮสกีย์ เข้าชาร์ตเหินข้ามคานออกไป แต่มาถึงนาที 15 ดาวยิงผิวเข้มมีอันต้องถูกเปลี่ยนตัวออกหลังมีอาการบาดเจ็บโดย คาร์ลตัน โคล ศูนย์หน้าจากเวสต์แฮม ลงสนามมาแทน
ด้าน สโลวะเกีย ครองบอลมากกว่าแต่ต้องรอถึงนาที 29 จึงมีลุ้นทำประตูแบบชัดเจนครั้งแรกของเกมจากจังหวะลูกเตะมุมสั้น ก่อนที่บอลจะมาถึง มิโรสลาฟ คาร์ฮาน สับไกยิง แต่ถูก เจมส์ เซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม อีก 4 นาทีต่อมา เจอร์ราร์ด ขโมยบอลได้จาก สเคอร์เทล เพื่อนร่วมสโมสร ก่อนหลุดเข้าไปยิงแต่พลาดไปเล็กน้อย
เกมมาถึงนาที 35 คาร์ลตัน โคล ที่เพิ่งลงสนามมาก็ดันมาเจ็บอีกคนทำให้ คาเปลโล เปลี่ยนตัว ปีเตอร์ เคราช์ ลงสนามแทน อีก 2 นาทีต่อมา แลมพาร์ด แย่งบอลจากคู่แข่งมาได้ก่อนจ่ายให้ เลนนอน ลุยขึ้นไปทางด้านขวาเปิดเข้ากลางให้ เจอร์ราร์ด ยิงแต่ถูกนายด่านคู่แข่งป้องกันได้ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อังกฤษ นำ 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง “สิงโตคำราม” เปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายคนถอด เจอร์ราร์ด ออกพร้อมส่ง สจวร์ต ดาวนิง เช่นเดียวกับ เลนนอน ออกไปพักแทนทีด้วย เดวิด เบ็คแฮม รวมถึง เจมส์ ถูกเปลี่ยนออกพร้อมส่ง เบน ฟอสเตอร์ นายทวารจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงมาแทน
เกมมาถึงนาที 55 ทีมเยือนเกือบทำประตูตีเสมอ เมื่อ เอริก เยนดริเซก หลุดไปยิง แต่ทำได้เพียงเข้าข้างตาข่าย หลังจากนั้นเจ้าถิ่นเริ่มตั้งเกมได้โหมบุกอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดมาทำ ประตูหนีเป็น 2-0 ในนาที 70 จากจังหวะที่ เบ็คแฮม เปิดบอลอย่างแม่นยำให้ รูนีย์ โขกเต็มๆเข้าประตูไป
หลังเสียประตู กองหลังทีมเยือนชักสมาธิเสียจนมาโดนอีกประตูอีกในนาที 82 จากการยิงหักข้อของ แลมพาร์ด ให้สกอร์ขยับ 3-0 ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มิดฟิลด์จากเชลซีจะจ่ายบอลให้ รูนีย์ หลุดเข้าไปซัดอีกเป็นประตูที่สองของตัวเองพร้อมให้ อังกฤษ เอาชนะไปอย่างสวยหรู 4-0 หลังจบ 90 นาที
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม
อังกฤษ : เดวิด เจมส์, แมทธิว อัพสัน, จอห์น เทอร์รี, แอชลีย์ โคล, เกล็น จอห์นสัน, แกเร็ธ แบร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, สตีเวน เจอร์ราร์ด, อารอน เลนนอน, เวย์น รูนีย์, เอมิล เฮสกีย์
สโลวะเกีย : สเตฟาน เซเน็คกี, มาร์ติน สเคอร์เทล, โยเซฟ วาลาโชวิช , มาเร็ก เช็ก, ปีเอร์ เปคาริก, มิโรสลาฟ คาร์ฮาน, ราโดสลาฟ ซาบาฟนิก, โรเบิร์ต วิตเท็ก, แยน โคซัก, มาเร็ก ฮัมซิก, สตานิสลาฟ เซสตัก
คลิป!! ลีลา “ลูกชายซีดาน” ที่ผีจ้องฉกตัว
ชมคลิปลีลา เอ็นโซ ลูกชายของ ซีเนอดีน ซีดาน เพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานของฝรั่งเศส ที่ตกเป็นข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ อยากได้ตัวไปปลุกปั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่เนื่องจากเล่นให้กับ รีล มาดริด ทีมที่ “ซิซู” กำลังจะเข้าไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการด้านกีฬา มิหนำซ้ำถูกเรียกตัวติดทีมชาติสเปน ชุดยู 15 ปีไปแล้วด้วย