เซสก์ ฟาเบรกาส

ท่ามกลางกระแสการไหลเข้าของนักฟุตบอลดาวรุ่งจาก ต่างแดนในสโมสรอังกฤษ มีเพียงหนึ่งเดียวที่ผ่านด่านอรหันต์ขึ้นชั้นมาเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ ของวงการฟุตบอลยุโรปได้ นั่นคือฟรานเซสก์ ฟาเบรกาส จอมทัพแห่งทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล

เส้น ทางชีวิตของกองกลางพรสวรรค์ชาวสเปนผู้นี้ถือเป็นบทเรียนตัวอย่างที่น่าสนใจ อย่างยิ่งสำหรับนักฟุตบอลสมัยใหม่ที่สามารถย้ายมาขัดเกลาตัวเองยังสโมสรต่าง แดนได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ

เซสก์ เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า โดยเป็นหนึ่งในดาวเด่นของทีมเยาวชนบาร์ซ่า ในบทบาทของมิดฟิลด์ตัวรับแต่กลับมีสถิติการทำประตูที่ดีอย่างเหลือเชื่อ โดยสามารถยิงได้มากกว่าฤดูกาลละ 30 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง

แววอัจฉริยะของเซสก์ มาปรากฎชัดในฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีที่ฟินแลนด์ โดยเขาเป็นหนึ่งในแกนนำของทีมกระทิงน้อยที่ไล่ขวิดคู่แข่งกระจุยกระจาย ซึ่งแม้สุดท้ายจะไปเสียท่าให้กับบราซิลในนัดชิงชนะเลิศ แต่เซสก์ ก็ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำรายการ และยังเป็นดาวซัลโวของทีมอีกด้วย

ฟอร์มการเล่นดังกล่าวเตะตาอาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือนักปั้นของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอลเข้าอย่างจัง และกุนซือที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปั้นนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาประดับวงการ ฟุตบอลยุโรปก็ได้ติดต่อเจรจากับทางเซสก์โดยทันที และทำให้เกิดการย้ายทีมที่เป็นที่ฮือฮาอย่างยิ่งในช่วงเวลานั้น

โดยเซสก์ ในขณะนั้นยังไม่ได้ทำการเซ็นสัญญาอาชีพกับบาร์เซโลน่า ทำให้มีสิทธิ์ที่จะย้ายทีมได้อย่างอิสระ และกองกลางดาวรุ่งก็เชื่อว่าการเดินทางไปฝึกปรือฝีมือกับเวนเกอร์ น่าจะดีกว่าการอยู่รอโอกาสริบหรี่ในทีมบาร์ซ่า จึงได้เลือกย้ายไปอยู่กับทีมกันเนอร์สในเดือน ก.ย. 2003

และเพียงแค่เวลาเดือนเศษหลังการย้ายทีม เจ้าหนูวัย 16 ปี ก็ได้โอกาสลงประเดิมสนามอย่างรวดเร็วในเกมลีก คัพ นัดที่พบกับร็อตเธอร์แฮม ซึ่งทำให้เซสก์ กลายเป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นใหกับอาร์เซนอล ด้วยวัยเพียง 16 ปีกับอีก 177 วัน และยังเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูให้กับกันเนอร์สได้ด้วยในเกมรอบ ถัดไปที่พบกับวูล์สฟส

อย่างไรก็ตาม เซสก์ ก็ยังไม่สามารถสอดแทรกตำแหน่งในแดนกลางของอาร์เซนอล ที่มีทั้งปาทริก วิเอร่า และจิลแบร์โต้ ซิลวา ครองอยู่ได้ และทำให้ไม่ได้รับเหรียญรางวัลแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2003-04

แต่วันเวลาอันรุ่งโรจน์ของเขาก็ไม่นานเกินรอ ในฤดูกาล 2004-05 เซสก์ ก็ค่อยๆยึดตำแหน่งในแดนกลางของทีมได้โดยเฉพาะในช่วงที่ปาทริก วิเอร่า กัปตันกันเนอร์สเกิดบาดเจ็บยาวขึ้นมา ซึ่งเจ้าหนูมหัศจรรย์ชาวสเปน ก็ค่อยๆ แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันมากล้นที่มีอยู่ในตัว

สไตล์การเล่นของเซสก์ นั้นเป็นลักษณะของ “มิดฟิลด์ห้องเครื่อง” ที่จะคอยบงการจังหวะของทีมได้ด้วยมันสมองและการผ่านบอลที่แม่นยำ และยังมีทีเด็ดในการหาจังหวะทำประตูได้ด้วย ทำให้เซสก์ กลายเป็นนักเตะคนใหม่ของแฟนๆ ได้อย่างรวดเร็ว และได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในมิดฟิลด์ที่เก่งที่สุดของพรีเมียร์ลีก

นอกเหนือจากการปักหลักในทีมตัวจริงของอาร์เซนอล เซสก์ ยังได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ด้วย โดยหลุยส์ อราโกเนส กุนซือขรัวเฒ่าได้เรียกตัวมาติดทีมในเกมอุ่นเครื่องนัดที่พบกับไอวอรี่โคสต์ และก็เป็นอีกครั้งที่เซสก์ กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของสเปนในรอบ 70 ปี และเซสก์ ยังได้รับการเลือกติดทีมในชุดลุยฟุตบอลโลก 2006 ด้วย

สำหรับในฤดูกาลล่าสุด เซสก์ ทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนักในเรื่องของการทำประตู และยังมีกระแสข่าวเรื่องการย้ายทีมมาเป็นระยะ โดยเฉพาะการย้ายกลับในสเปนที่มีทั้งเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่า ที่พร้อมจะดึงตัวกลับไปด้วยค่าตัวมหาศาล แต่สุดท้ายเซสก์ ก็ไม่ได้ย้ายทีมไปไหนและได้ต่อสัญญาระยะยาวกับทีมไปอีกถึง 8 ปีด้วยกัน

อย่างไรก็ตามอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน การที่อาร์แซน เวนเกอร์ ยอดกุนซือผู้ปลุกปั้นมากับมืออาจจะย้ายออกจากทีมหลังการลาออกของเดวิด ดีน รองประธานสโมสรอาร์เซนอล ทำให้เซสก์ ประกาศจุดยืนว่าหากไม่มีเวนเกอร์อยู่กับทีมก็จะย้ายออกทันทีโดยไม่สนใจ เรื่องสัญญาที่ทำไว้

แต่อย่างน้อยในฤดูกาลหน้าแฟนๆ กันเนอร์สก็จะยังคงได้เห็นจอมทัพฉบับกระเป๋ารายนี้ลงบัญชาการเกมแดนกลางต่อ ไปแน่นอน โดยมีเป้าหมายที่การกลับมาทวงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ชิพที่ห่างหายไปกว่า 3 ปีอีกครั้ง !

Click on Copy URL (below link) for copy to clipboard

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ : ฟรานเซสก์ ฟาเบรกาส โซเลร์
วันเกิด : 4 พฤษภาคม 1987
เกิดที่ : อเรนิส เด มาร์ ,สเปน
ตำแหน่ง : กองกลาง
ส่วนสูง : 180 ซม.
ฉายา : เมสซิโดน่า, ลีโอ
หมายเลขเสื้อ : 4
สโมสรอาชีพ

ปี

สโมสร

ลงเล่น

ประตู

2003 – ปัจจุบัน อาร์เซนอล 172 24
ทีมชาติ
2006 – ปัจจุบัน สเปน 15 0

ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล

บาร์ซ่าไฟเขียวเมสซี่ช่วยทีมชาติ

ลี โอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า จะพลาดโอกาสลงช่วยบาร์เซโลน่า ในเกมนัดเปิดฤดูกาลกับ สปอร์ติง กิฆอน เนื่องจากต้องเดินทางไปช่วยทีม “ฟ้า-ขาว” ทำศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กับบราซิล ในวันที่ 5 ก.ย. นี้

ฮู ลิโอ กรอนโดน่า ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนตินา (เอเอฟเอ) เผยว่า บาร์ซ่า ได้อนุญาตให้ เมสซี่ เดินทางไปฟาดแข้งนัดบิ๊กแมตช์กับ บราซิล ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก 2010 แม้ว่าจะทำให้เจ้าตัวต้องพลาดโอกาสลงเล่นในเปิดซีซั่นลา ลีก้า ที่จะพบกับ สปอร์ติง กฆอน ในวันที่ 31 ส.ค. นี้ก็ตาม

“มันไม่มีปัญหาอะไร” กรอนโดน่า กล่าว “นี่เป็นบางอย่างที่ได้ตกลงกันแล้วระหว่าง (เป๊ป) กวาร์ดิโอล่า และ (ดีเอโก้) มาราโดน่า”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันจากบาร์เซโลน่าเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่ เมสซี่ ยืนยันแล้วว่าเขาจะลงเล่นในเกมยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ กับ ชัคเตอร์ โดเนตส์ค จากยูเครน ในวันที่ 28 ส.ค. นี้

ดร็อกรับยิงเข้าสุดฟลุ๊ค

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กองหน้าทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยอมรับเต็มปากว่าประตูมหัศจรรย์ที่ยิงได้ในเกมเฉือน ฮัลล์ นั้นเป็นลูกที่มีโชคช่วยเต็มๆ

ดร็อก บา สรางความฮือฮาตั้งแต่เกมแรกของฤดูกาลเมื่อเหมาคนเดียว 2 ประตู โดยเฉพาะประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ยิงด้วยลูกชิพจากมุมแคบที่น่าเหลือ เชื่อ ทำเอาคนตะลึงกันทั้งสนาม

หลังจบเกม ดร็อกบา ก็ยอมรับว่าประตูดังกล่าวนั้นมีโชคช่วยด้วย “ผมพยายามที่จะเปิดเข้าไป”

“เราเจอครึ่งหลังที่ลำบากมาก พวกเราน่าจะยิงได้หลายลูก แต่เราก็ไม่มีโชค”

“มันเป็นเกมที่ยากลำบากแต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากที่เราชนะในเกมแรก”

“ความเชื่อของทีมเราสูงมาก วันนี้เราแสดงให้เห็นแล้วว่าเรายังพยายามจนจบเกม เราโชคดีที่ยิงได้ แต่ความปรารถนาของเรายังคงอยู่เสมอ”

ปืนมหัศจรรย์ยิงสลุตทอฟฟี่เละคารัง 6-1 ขึ้นนำเดี่ยว

ทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ลบทุกคำสบประมาททุกสำนักเมื่อสร้างผลงานสุดเหลือเชื่อด้วยการบุกไปถล่มทีม แกร่งอย่าง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ขาดลอยถึง 6-1 ขึ้นนำจ่าฝูงในนัดแรกทันที
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดเปิดสนาม (15 ส.ค.52)

เอฟเวอร์ตัน 1-6 อาร์เซนอล
สนาม : กูดิสัน ปาร์ค
ประตู : 0-1 เดนิลสัน น.25, 0-2 โธมัส เวอร์มาเลน น.37, 0-3 วิลเลี่ยม กัลลาส น.41, 0-4 เซสก์ ฟาเบรกาส น.48, 0-5 เซสก์ ฟาเบรกาส น.69, 0-6 เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา น.89, 1-6 หลุยส์ ซาฮา น.90 Read more

มาซิโดเนีย 2-3 สเปน..บอลอุ่นเครื่อง

เอสโตเนีย 0-1 บราซิล..บอลอุ่นเครื่อง

ฮอลแลนด์ 2-2 อังกฤษ..บอลอุ่นเครื่อง

สเปอร์ส – ลิเวอร์พูล “เมื่อหงส์พบกับของแข็งซะแล้ว”

เปิด ฉากแล้วสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2009-10 อันเป็นฤดูกาลน่าจะฟาดฟันกันอย่างดุและเดือด มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ

เนื่อง จากสองมหาอำนาจลูกหนังแถบตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเท่ากันที่ 18 ครั้ง โดยผลงานของ แมนฯยูไนเต็ดเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และเป็นอีกครั้งที่พวกเขาคว้าแชมป์สามปีติดต่อกัน

นั่นหมายความว่าหากจบปีนี้หนึ่งในสองทีมนี้ ทีมหนึ่งทีมใดคว้าแชมป์มาครองได้ พวกเขาจะถูกยกย่องให้เป็นทีมอันดับหนึ่งของเกาะอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัยอีก แล้ว

แม้ว่า 17 ปีของพรีเมียร์ลีกเรายอมรับกันอยู่แล้วว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่เก่งที่สุดในเกาะอังกฤษจากผลงานจำนวน 11 ครั้งของการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ยอดรวมของพวกเขายังไล่ลิเวอร์พูลไม่ทัน ทำให้ส่วนลึกของวงการฟุตบอลอังกฤษรวมทั้งฟากแมนฯยูไนเต็ด คุยได้ไม่เต็มปากว่าพวกเขาคือทีมเบอร์หนึ่งของประเทศ

ดังนั้นการเริ่มต้นฤดูกาลอันสำคัญในปีนี้ จึงเท่ากับเป็นการตัดสินกลายๆว่า ใครกันแน่คือเบอร์หนึ่งของประเทศอังกฤษ

นี่จึงเป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความดุเดือด เลือดพล่านที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอาชีพแดนผู้ดีอย่างแท้จริง

ที่สำคัญสัปดาห์แรกของพรีเมียร์ลีกมี 9 คะแนนให้เล่นซะด้วย

เริ่มจากสุดสัปดาห์นี้ ต่อด้วยช่วงกลางสัปดาห์และ สัปดาห์หน้า 3 นัดในเวลา 7 วัน เครื่องร้อนเร็วหรือช้าเดี๋ยวคงได้ทราบกัน

บิ๊กแมตช์ ประจำสัปดาห์แรกอยู่ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อ ทอตแน่มฮอตสเปอร์ รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล หนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ ขณะที่แชมป์เก่ารับมือ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ในบ้านตัวเอง อาร์เซนอล บุกเยือน เอฟเวอร์ตัน และเชลซี พบกับ ฮัลล์ ซิตี้

ขณะที่ทีมเงินล้านอย่างแมนฯซิตี้ เยือนแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส….

ผลงานเมื่อปีที่แล้ว
ที่ไวท์ฮาร์ทเลน : สเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ( 1 พ.ย.2008)
ที่แอนฟิลด์ : ลิเวอร์พูล ชนะ สเปอร์ส 3-1 (24 พ.ค. 2009)

สเปอร์ส
ย้ายเข้า – ปีเตอร์ เคราช์ (พอร์ตสมัธ), เซบาสเตียน บาสซง (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด), ไคล วอล์คเกอร์ และไคล นอฮ์ตัน (เชฟฯยูไนเต็ด)
ย้ายออก – ดิดีเยร์ โซโกรา (เซบีญา), คริส กันเตอร์ (ฟอเรสต์), ดาร์เรน เบนต์ (ซันเดอร์แลนด์)

สภาพทีม – ทีมตราไก่มีปัญหาแนวรับเท่านั้นที่น่าวิตกกังวลเนื่องจากว่า 3 ปราการหลังตัวเก่งของทีม ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้ง โจนาธาน วูดเกต, เลดลีย์ คิง และ ไมเคิล ดอว์สัน ขณะที่ เซบาสเตียน บาสซง นักเตะใหม่จาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แม้ร่างกายดี แต่พึ่งย้ายมาแล้วซ้อมได้ไม่นาน

ขณะที่แนวรุกของพวกเขาถือว่าปึ้ก และอาจเป็นปัญหาได้เนื่องจากว่ามีให้ แฮร์รี เรดแนปป์ เลือกถึง 4 คน รอบบี คีน, เจอร์เมน เดโฟ, โรมัน พลาฟลิวเชนโก และ ปีเตอร์ เคราช์ เด็กโปรดของ เรดแนปป์ ยิ่ง เดโฟ โชว์ฟอร์มกับทีมชาติอังกฤษอุ่นเครื่องกลางสัปดาห์ด้วยแล้ว

งานนี้เจ้าบ้านมั่นใจกับแนวรุกได้มากพอสมควร

อย่างไรก็ตามช่วงทัวร์เอเชีย และอุ่นเครื่องล่าสุดนั้น เรดแนปป์ ทดลองทีมไปพอสมควร และดูเหมือนว่า พลาฟลิวเชนโก กลายเป็นตัวเลือกลำดับสุดท้ายของแนวรุก งานนี้ คาดว่า เรดแนปป์ จะลองใช้ระบบ 4-4-2 โดยให้ทั้ง เคราช์ และ เดโฟ ลงเล่นพร้อมๆกัน ขณะที่ คีน ขยับมาเล่นด้านกว้างด้วยซ้ำ ขณะที่แดนกลาง อารอน เลนนอน, ฮัดเดิลสตัน และ ลูกา โมดริช น่าจะยืน ส่วนผู้รักษาประตู คาร์โล คูดิชินี

ลิเวอร์พูล
ย้ายเข้า – เกลน จอห์นสัน (พอร์ตสมัธ), อัลแบร์โต้ อาควิลานี (โรมา)
ย้าย ออก – เซบาสเตียน เลโต (พานาธิไนกอส), เจอร์เมน เพนแนนต์ (เรอัล ซาราโกซา), อัลบาโร อาร์เบลัว (เรอัล มาดริด), ชาบี อลอนโซ (เรอัล มาดริด)

สภาพทีม – “หงส์แดง” มีปัญหาในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟคือ เจมี คาร์ราเกอร์ ที่ยังต้องลุ้นว่าผ่านการทดสอบความฟิตหรือไม่ ขณะที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ขอถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษน่าจะได้ลงเล่นเกมนี้ เพราะข่าวล่าสุดบอกว่าร่างกายพร้อมแล้ว

เกมนี้นักเตะใหม่คือ เกลน จอห์นสัน น่าจะได้โอกาสลงสนามทันที ขณะที่ฝั่งซ้ายคาดว่า อินซัว จะได้โอกาส ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ มาร์ติน สเคอเทิล และ แดน แอกเกอร์ ซ้อมได้แล้วเช่นกัน ขณะที่ แดนกลาง ลูคัส เลวา กับ มาสเชราโน จะลงเล่นตัวจริง โดย เจอร์ราร์ด ทำเกมรุกกับ ตอร์เรส ด้านข้าง เดิร์ค เคาต์ อีกฝั่งหนึ่ง ระหว่าง ไรอัน บาเบิล กับ เบนายูน

แทกติกการเล่น
คาดว่าน่าจะเป็นการสู้กันในแดนกลาง….

สเปอร์ส เน้นการคุมพื้นที่ตรงแดนกลางเพื่อไม่ให้ลิเวอร์พูลได้ขึ้นบอล เพื่อตัด เจอร์ราร์ด กับ ตอร์เรส ออกจากเกม ที่เหลือคือด้านริมเส้นซึ่งคาดว่า สเปอร์ส ใช้ แบกสองข้างดันขึ้นมาปิดทางวิ่งของปีกหงส์แดง เพื่อไม่ให้หงส์แดงเล่นเกมส่วนนี้

ขณะเดียวกันลูกเตะมุม, เซตพีซ และกลางอากาศเน้นมากเพราะมี ปีเตอร์ เคราช์ นำทีม กดดันเพื่อนเก่าของเขา ถือว่าผู้เล่นแนวรุกของสเปอร์ส ชั่วโมงนี้พร้อมทั้ง 4 คนเลยทีเดียว

ส่วนลิเวอร์พูลนั้นจะเล่นช่วงชิงพื้นที่แดนกลางมาเล่นให้ได้ อีกทั้งปีกสองข้างจะเป็นตัวช่วยทำเกมรุกริมเส้น ซึ่งคงไปเข้าทางของ เรดแนปป์ พอดี มันขึ้นอยู่กับว่า ลิเวอร์พูล จะได้ใช้ประโยชน์จากการเล่นเกมแบบนี้ของตัวเองมากขนาดไหน

คือต่างฝ่ายต่างรู้ว่าจะเล่นกันอย่างไร พอลงสนามแทกติกของทีมไหนจะเกิดผลมากกว่ากัน แต่ดูแล้วภาพโดยรวมน่าออกมาสูสีไม่น้อยเลยทีเดียว

ผลที่คาด….
ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลเหนือกว่าสเปอร์สทั้งสองเกม โดยเฉพาะที่ ไวท์ฮาร์ทเลน นำก่อน 1-0 เหนือกว่าทุกอย่าง แต่ท้ายสุดพลาดเอง โดนตีเสมอแล้วก็เสียประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บอย่างน่าเจ็บปวด ส่วนนัดสองพวกเขาก็ชนะตามฟอร์ม

ปีนี้เริ่มต้นเกมแรกยังไม่เข้าที่เข้าทางทั้งคู่ แพ้ชนะกันยาก…. โอกาสแบ่งคะแนนมีไม่ใช่น้อย

สเปอร์ส เสมอลิเวอร์พูล 1-1

คู่อื่นๆ วันเสาร์ที่ 15 ส.ค. 09

วิลล่า – วีแกน….เทียบฟอร์มแล้ว วิลล่าเจ้าบ้านดูเหนือกว่าทางด้าน วีแกน นัดนี้ วิลล่าชนะ 2-0

แบล็คเบิร์น – แมนฯซิตี้… หากทีมรวมดาราโลกของ แมนฯซิตี้ เล่นเข้ากันได้เลยมีโอกาสชนะขาด แต่เชื่อว่าไม่ง่ายแน่ แซม อัลลาไดซ์ จอมแทกติก น่าจะมีทีเด็ดนัดนี้โดยเฉพาะ

โบลตัน-ซันเดอร์แลนด์ …. ฝ่ายหลังซื้อนักเตะมาเสริมทีมหลายคนทั้ง ดาร์เรน เบนต์, แคทเทิลโมล มีประสบการณ์และต้องการพิสูจน์ตัวเอง แบ่งแต้มหรือไม่ก็ซันเดอร์แลนด์บุกชนะ

เชลซี – ฮัลล์ ซิตี้… ทีมสิงห์บลูพร้อมทุกตำแหน่ง ทีมเวิร์คคือหัวใจของพวกเขา งานนี้ ฮัลล์ ต้านไม่อยู่ น่าแพ้ยับเยิน

เอฟเวอร์ตัน – อาร์เซนอล …. สไตล์ บู๋ ดุดันของ ทอฟฟี น่าจะทำให้ปืนใหญ่ต้านไม่ไหว เกมนี้ เจ้าบ้านมีโอกาสเก็บ 3 ตะแนนได้เลย

พอร์ตสมัธ – ฟูแลม … สูสีกันมาก แต่การขาดแนวรุกไปของ ปอมปีย์ มีผลไม่น้อย ขณะที่ฟูแล่มเล่นนอกบ้านไม่ดี น่าแบ่งแต้มกัน

สโตค ซิตี้ – เบอร์นลีย์ …. ฝ่ายแรกเน้นเกมเซตพีซ และเล่นบอลโยน ส่วน เบอร์นลีย์ เล่นบอลกับพื้นสวยงาม แต่ไม่คมเท่าไหร่ แต่ก็มีลุ้นบุกมาชนะประเดิมพรีเมียร์ลีกได้เช่นกัน

วูล์ฟ-เวสต์แฮม… วูล์ฟถูกมองว่าเป็นทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพที่ ประสบการณ์ไม่มาก เกมนี้น่าจะประเดิมแพ้นัดแรกต่อเวสต์แฮม ซึ่งคาร์ลตัน โคล กำลังทอปฟอร์ม

วันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. 09

แมนฯยูไนเต็ด – เบอร์มิงแฮม ซิตี้… แม้ขาด โรนัลโด แต่ไม่มีปัญหาต่อระบบทีมของ แมนฯยูไนเต็ด นัดนี้เก็บสามคะแนนสบายหายห่วง เบอร์มิงแฮม ต้านไม่ไหวแน่นอน

เปิดอกแข้งใหม่ชุดขาว : ชาบี้ อลอนโซ่

สดๆ ร้อนๆ กับ “มาดริดิสต้า” คนใหม่อย่าง ชาบี้ อลอนโซ่ ซึ่งหลังเซ็นสัญญากับ เรอัล มาดริด เมื่อวันพุธที่ผ่านมาแล้ว อดีตมิดฟิลด์ลิเวอร์พูลก็ออกมาเปิดอกตอบคำถามผู้สื่อข่าวทันที ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ติดตามต่อกันได้เลย

Q : หนึ่งในแรงผลักดันเบื้องหลังความพยายามของเรอัล มาดริด ก็คือความปรารถนาของคุณที่จะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในโครงการสร้างทีมชุดใหม่
อลอนโซ่ : ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริด จะเกิดขึ้น แต่ผมก็ค่อนข้างมั่นใจทีเดียว การตัดสินใจที่จะย้ายเกิดขึ้นได้สักพักแล้วล่ะและมันก็ไม่มีทีมไหนที่น่าจะ เซ็นสัญญาได้ดีมากไปกว่านี้แล้ว ผมต้องขอบคุณเรอัล มาดริด สำหรับความเชื่อมั่นในตัวผม และนี่ก็เป็นผลลัพธ์ที่ผมต้องการ ผมมีความสุขมากจริงๆ

Q : การอำลาทีมลิเวอร์พูลของคุณเป็นยังไงบ้าง ?
อลอนโซ่ : มันเร่งรีบจริงๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและผมก็ไม่มีเวลาที่จะกล่าวคำอำลาอย่างเป็นเรื่อง เป็นราว แต่ยังไงผมก็จะกลับไปเพื่อลาทุกคนทันทีที่ผมมีโอกาส ผมรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณทุกคน มันจะต้องมีเวลาที่เหมาะสมสำหรับการกล่าวคำอำลาแน่นอน

Q : มีคนพูดกันเยอะถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับ ราฟา เบนิเตซ ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ในระยะหลัง
อลอนโซ่ : ผมรู้ว่ามีการพูดถึงเรื่องนี้กันมาก แต่มันก็มีความเคารพร่วมกันระหว่างเรารวมทั้งความเป็นมืออาชีพด้วย เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างจริงใจ

Q : มันมีโอกาสไหมที่คุณจะปรับสไตล์การเล่นให้เข้ากับเรอัล มาดริด ?
อลอนโซ่ : เห็นได้ชัดว่าเรอัล มาดริด และลิเวอร์พูล เล่นในสไตล์ที่แตกต่างกัน แต่ผมก็จะยังคงพยายามรักษาสไตล์การเล่นของผมเอาไว้เหมือนเดิม ผมหวังว่าจะมีส่วนช่วยทีมให้มากที่สุด และผมก็ตั้งตารอที่จะได้มีส่วนร่วมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม

Q : เพื่อนร่วมทีมใหม่ของคุณต้อนรับคุณในการฝึกซ้อมครั้งแรกยังไงบ้าง ?
อลอนโซ่ : ผมมาถึงช้าไปนิดหน่อย และพวกเขาก็ต้อนรับผมด้วยการปรบมือ ผมคุยกับทุกคน ผมจะเริ่มต้นรู้จักทุกคนได้ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีปัญหาในการปรับตัวเพราะผมไม่เคยเจอปัญหานี้จริงๆ

Q : คุณเกือบจะเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริด เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
อลอนโซ่ : และ 5 ปีต่อมา ตอนนี้ผมก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้แล้ว นี่เป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่และมันก็มีความคาดหวังสูงรวมทั้งความรับผิดชอบ มากมาย ผมคิดว่าจะต้องมีอะไรที่ยอดเยี่ยมเกิดขึ้นจากโครงการนี้

Q : คุณอาจจะได้ประเดิมการลงเตะในฐานะนักเตะมาดริดที่สนามอาโนเอต้า
อลอนโซ่ : ผมหวังว่าจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น มันเป็นบ้านของผม และผมก็ได้รับการปฏิบัติจากคนที่นั่นเป็นอย่างดีมาตลอด

Q : ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นั่นลิเวอร์พูลได้สอนอะไรคุณบ้าง ?
อลอนโซ่ : ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากในช่วง 5 ปีที่ลิเวอร์พูล ผมโตขึ้นในฐานะนักเตะ ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้คว้าแชมป์ ผมมีความทรงจำและค่ำคืนที่ยอดเยี่ยมมากมายที่ได้ผ่านมา ผมมีประสบการณ์มากขึ้นและต้องการที่จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

Q : คุณได้ทำอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าเพื่อให้กระบวนการย้ายทีมของคุณลุล่วงไปได้ ?
อลอนโซ่ : เราไม่จำเป็นต้องแจ้งทางสหพันธ์ มันมีขั้นตอนอย่างเป็นทางการของมันอยู่แล้วนั่นคือคุณยื่นความจำนงขอย้ายทีม ส่วนจะเป็นวิธีไหนที่ทำให้การย้ายทีมของผมเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก มันอยู่ที่ว่าผลมันออกมายังไงมากกว่า

Q: คุณบอกกับลิเวอร์พูลว่าอยากจะย้ายทีมตอนไหน ยังไง ?
อลอนโซ่ : ผมพูดกับ ราฟา หลายครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งในระหว่างช่วงปรี-ซีซั่นและช่วงซัมเมอร์นี้ เรารู้ดีว่ามันมีความเป็นไปได้ และผมก็ได้แสดงความปรารถนาของผมที่จะย้ายกลับมาเล่นในสเปนทันที ความจริงแล้วเมื่อจบฤดูกาล ผมใช้เวลาฝึกซ้อมที่ลิเวอร์พูลหลายวันและผมก็ได้นั่งจับเข่าคุยกับราฟา ถึง 2 ชั่วโมง เราได้แลกเปลี่ยนความคิดกันและผมบอกกับเขาว่าผมต้องการการเปลี่ยนแปลง

Q : คุณรู้สึกกดดันบ้างไหมที่ต้องจ่ายบอลให้กับผู้เล่นอย่างกาก้า และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ?
อลอนโซ่ : ความจริงง่ายๆ กับการเล่นให้เรอัล มาดริดก็คือคุณต้องยอมรับความกดดันให้ได้ ผมพร้อมแล้วสำหรับความท้าทายนี้ ผมรู้ว่ามันมีความคาดหวังสูงมากกับทีมนี้ ผมจะพยายามมีส่วนร่วมกับเกมอย่างที่ผมเล่นมาตลอดในแผงมิดฟิลด์ ด้วยการแก้ปัญหาให้เพื่อนร่วมทีม คุมเกม ทุกอย่างที่ผมรู้ว่าจะต้องทำยังไง

Q : คุณคิดยังไงเกี่ยวกับทีมชุดนี้ ?
อลอนโซ่ : ผมคิดว่ามันเป็นโครงการที่น่าตื่นเต้นอย่างมากเพราะมันมีการวางรากฐานที่ สำคัญเอาไว้เป็นอย่างดี มันมีนักเตะที่ดีๆ อยู่แล้วที่นี่ และยิ่งบวกกับผู้เล่นหน้าใหม่ซึ่งจะช่วยนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการผสมผสานของนักเตะเหล่านี้จะช่วยสร้างสรรค์เกมที่น่า ตื่นตาตื่นใจ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ดีที่สุดสำหรับความสำเร็จ

Q : คุณมีอะไรอยากจะฝากบอกถึงแฟนบอลลิเวอร์พูลบ้างไหม ?
อลอนโซ่ : ผมต้องขอขอบคุณแฟนลิเวอร์พูลจริงๆ ที่ทำให้ตลอด 5 ปีของผมเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ แต่พวกเขาก็ต้องเข้าใจเช่นเดียวกันว่าโอกาสครั้งนี้มันมาถึงและมันก็เป็นทาง เลือกที่ดีที่สุดสำหรับผม

Q : คุณรู้หรือเปล่าว่าทำไมเบนิเตซ ไม่ค่อยให้โอกาสคุณลงสนามมากนักในช่วงปรีซีซั่น ?
อลอนโซ่ : ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่มีความเห็นในเรื่องนั้น ราฟามีเหตุผลของเขาและผมก็ให้ความเคารพ เขาต้องการที่จะลองใช้นักเตะคนอื่นบ้างซึ่งผมก็เข้าใจ

Q : ตอนนี้คุณก็เป็นเหมือนส่วนเติมเต็มที่ทำให้ทีมนี้มีความเป็นสเปนมากขึ้น
อลอนโซ่ : การทำให้ทีมมีความเป็นสเปนมากขึ้นเป็นเรื่องที่ดี หลายปีที่ผ่านมามันมีการผสมผสานที่ยอดเยี่ยมของนักเตะสแปนิชและต่างชาติและ ผลมันก็ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ตอนนี้มีนักเตะหลากเชื้อชาติที่เล่นที่นี่ เรายังมีนักเตะที่มีอายุกำลังเพอร์เฟ็คต์และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขา มีดียังไง มันเป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกอย่างจะดำเนินไปได้ ด้วยดี

10 เรื่องต้องรู้ของ ‘Il Principino’ อัลแบร์โต้ อาควิลานี่

1.
อาควิลานี่ เป็นชาวโรมันแต่กำเนิด และลงเล่นกับ โรม่า สโมสรในดวงใจของเขามากว่า 147 นัด โดยได้ฉลองครบรอบการเล่น 100 นัดให้ทีมได้อย่างสุดเท่ ด้วยการตะบันไกลกว่า 35 หลาเข้าไปในชัยชนะ 2-0 เหนือ ปาแลร์โม่ ในเกมเปิดฤดูกาล 2007-08

2.
แฟนๆโรม่า ให้สมญากับฮีโร่คนบ้านเดียวกันว่า ‘Il Principino’ หรือ “เจ้าชายน้อย”

3.
ฟา บิโอ คาเปลโล่ คือคนแรกที่ดันให้ อาควิลานี่ ลงเล่นในกัลโช่ เซเรีย อา ในระหว่างที่คุมทีมโรม่าอยู่ โดยให้ลงเล่นเกมแรกในนัดที่ชนะ โตริโน่ 3-1 ในเดือน พ.ค.2003 ซึ่งเวลานั้น อาควิลานี่ อายุแค่ 18 ปี

4.
โรม่า เคยเป็นรองแชมป์เซเรีย อา ถึง 4 สมัยในช่วงที่ อาควิลานี่ อยู่กับทีม แต่ก็ได้แชมป์โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย และแชมป์ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย อีกครั้งด้วย

5.
อาควิลานี่ เคยเกือบเป็นฮีโร่ในปี 2006 ในเกมซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย เมื่อบงการเกมได้อย่างหมดจดในครึ่งแรกและยิงคนเดียว 2 ประตูด้วย แต่สุดท้าย โรม่า ที่นำอยู่ 3-0 พลิกพ่ายต่ออินเตอร์ ที่แซงชนะหน้าตาเฉยด้วยสกอร์ 4-3

6.
อาคิวลานี่ เป็นนักเตะอิตาเลียน คนที่ 3 ที่ได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ในยุคของ ราฟา เบนิเตซ โดย 2 คนก่อนหน้านี้คือ ดานิเอเล่ ปาเดลลี่ ผู้รักษาประตูที่ถูกยืมตัวมาในปี 2007 และอีกคนที่ยังไม่ไปไหนคือ อันเดรีย ดอสเซน่า

7.
เจ้า ชาน้อยคนนี้เคยลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ในการเจอกับทีมจากอังกฤษ มาแล้วไม่ว่าจะเป็น เชลซี หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เขาไม่ได้ลงเล่นในเกมที่ โรม่า โดนผีแดงถล่มยับ 7-1

8.
หลังลงเล่นไป 20 นัดและยิง 5 ประตูให้กับทีมอิตาลี ชุดยู 21 อัลแบร์โต้ ก็ได้เลื่อนขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 11 นัด โดยยิงประตูได้ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับ มอนเตเนโกร เมื่อปีกลาย ก่อนจะให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “ผมคงไม่สามารถขออะไรไปมากกว่านี้ได้แล้ว มันเป็นคืนที่สวยงามที่สุดในชีวิตของผม”

9.
อัลแบร์โต้ หมั้นกับนักแสดงสาวสวย มิเคล่า กวัตโตรชอคเค ที่แจ้งเกิดจากหนังรักในปี 2008 เรื่อง ‘Scusa Ma Ti Chiamo Amore’ (Sorry I Love You)

10.
เกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ค.1984 เวลานี้ อาควิลานี่ อายุ 25 ปี และยังมาเกิดวันเดียวกับ ริงโก สตาร์ อดีตมือกลองในตำนานของวง เดอะ บีทเทิลส์ ความภูมิใจของชาวเมืองลิเวอร์พูลด้วย

← Previous PageNext Page →

Powered By Wordpress - Theme Provided By Wordpress Theme - Cash Loans